“เจฟฟ์ เบซอส” จ่อถือหุ้นลิเวอร์พูล – ไร้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ศุกร์, 14 สิงหาคม 2569 | 12:22 น.
แผนการเข้าลงทุนในลิเวอร์พูลของ เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมาก หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวกำลังเตรียมเข้าถือหุ้นประมาณหนึ่งในสามของสโมสร ภายใต้โครงสร้างการลงทุนของ Fenway Sports Group หรือ FSG เจ้าของทีม หงส์แดง
การลงทุนครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามตามมาทันทีว่า เบซอสสามารถเข้ามา ถือหุ้นในสโมสรพรีเมียร์ลีกได้อย่างไร ในเมื่อ Amazon เคยมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดสด การแข่งขันพรีเมียร์ลีก ในอังกฤษ และยังคงมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดฟุตบอลในบางประเทศ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของเบซอสแต่อย่างใด เนื่องจาก Amazon ไม่ได้ถือครองลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกในอังกฤษอีกต่อไป หลังบริษัทตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประมูลลิขสิทธิ์รอบล่าสุด
ก่อนหน้านี้ Prime Video แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของ Amazon เคยถือสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกในอังกฤษจำนวน 20 นัดต่อฤดูกาล เป็นเวลา 6 ฤดูกาล โดย Amazon จ่ายค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 30 ล้านปอนด์ต่อซีซั่น และใช้การแข่งขันพรีเมียร์ลีกเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดสมาชิก Prime
แม้ Amazon จะยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในบางประเทศ แต่ในหลายตลาดบริษัทไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับพรีเมียร์ลีก และใช้วิธีรับช่วงสิทธิ์มาจากผู้ถือลิขสิทธิ์รายอื่นแทน
สำหรับเบซอส ซึ่งมีทรัพย์สินมหาศาล การลงทุนในลิเวอร์พูลถูกมองว่าอาจเป็นมากกว่าการเข้ามาถือหุ้นเพื่อผลตอบแทนทางธุรกิจ เพราะยังมีคำถามว่าเจ้าตัวต้องการเข้ามามีบทบาทกับสโมสรในระยะยาวมากแค่ไหน และขณะเดียวกัน FSG ก็เปิดทางให้มีการขายหุ้นบางส่วนของสโมสร ทำให้เกิดการคาดการณ์ตามมาว่า ดีลครั้งนี้อาจเป็นเพียงการลงทุนในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรืออาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในโครงสร้างเจ้าของลิเวอร์พูลในอนาคต